“ดร.อรุณ คงเจริญ” ผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่ออันดับ 1 นำทัพพรรคกรีน หาเสียงเลือกตั้งชูนโยบาย 39 บาทรักษาหมาแมว พร้อมอีก 4 นโยบายสำคัญกระตุ้นเศรษฐกิจ
เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2569 ดร.อรุณ คงเจริญ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่ออันดับ 1 ของพรรคกรีน ได้เดินหาเสียงพบปะประชาชน อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดหาเสี่ยงที่ย่านสวนจตุจักร รณรงค์ให้ประชาชนออกมาเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 และประชาสัมพันธ์นโยบายของพรรค ที่มุ่งเน้นเจาะกลุ่มคนรักสัตว์ ด้วยโครงการ 39 บาทรักษาหมาแมว
ดร.อรุณ ให้สัมภาษณ์ว่า นโยบายพรรคกรีนมีมากมาย ยกตัวอย่างนโยบายเรือธงของเรา คือ 39 บาทรักษาหมาแมว และยังมีนโยบายหลักของพรรคอีก 4 นโยบายคือ
1. ต้นไม้เป็นทรัพย์สิน : ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ สร้างแรงจูงใจ เช่น โรงรับจำนำต้นไม้ เพื่อสร้างรายได้และลดโลกร้อน
2. ที่ทำกินถูกต้องเป็นธรรม : แก้ปัญหาที่ดินทำกิน ให้ทุกตารางนิ้วมีกฎหมายรองรับ เพื่อให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยและทำกินที่มั่นคง
3. เกษตรกรรมสุขภาพ : สนับสนุนเกษตรอินทรีย์, เกษตรเพื่อสุขภาพ, และเกษตรพึ่งตนเองตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง.
4. สันติภาพยั่งยืน : สร้างสังคมที่สงบเย็นปราศจากความรุนแรง ยึดหลักการเมืองสีเขียว ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด และไม่มุ่งหวังผลประโยชน์ส่วนตน
อย่างนโยบาย 39 บาทรักษาน้องหมาน้องแมว เป็นนโยบายที่คิดขึ้นมาภายใต้นโยบายสาธารณะ ซึ่งจะไม่เป็นภาระของงบประมาณ แต่คือการลงทุนในระบบนิเวศเศรษฐกิจใหม่ โดยเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม และทำให้เกิดโอกาสทางธุรกิจใหม่ เริ่มจากรวบรวมหมาจรจัดและจัดสรรที่อยู่อาศัย เป็นโซนนิ่งอย่างชัดเจน พร้อมทั้งทำหมัน ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และเปิดให้ลงทะเบียนสำหรับผู้มีความประสงค์จะรับอุปการะ เมื่อดูแลหมาจรจัดแล้ว ต่อมาจะเป็นหมาบ้าน โดยการทำหมัน ฉีดวัคชีน และรักษาโรคภายใต้นโยบาย 39 บาทรักษาหมาแมวครับ เมื่อประเทศไทยเป็นประเทศที่น้องหมาน้องแมวเข้าถึงระบบสาธารณสุขเป็นอันดับ 1 ของโลก และระบบนิเวศเศรษฐกิจใหม่จะเริ่มก่อตัวขึ้น
ด้านเศรษฐกิจนั้น จะเปลี่ยนน้องหมาน้องแมวเป็นผู้บริโภคภาคครัวเรือน ซึ่งรายได้จะกลับมาในระบบภาษี การส่งออกและการบริโภคภาคครัวเรือน ซึ่งการบริโภคภาคครัวเรือนนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญ ของประเทศไทย กว่า 50% ของGDP คือการบริโภคภาคครัวเรือน ดังนั้นการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยใช้น้องหมาน้องแมว มาเป็นกลไกในการบริโภค และการสร้างเศรษฐกิจใหม่ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจร้านอาหารสัตว์ ด้านโรงแรม และการท่องเที่ยวเชิง Pet tourism ก็จะนำเม็ดเงินกลับเข้ามาสู่ประเทศอย่างมหาศาล
รวมถึงการส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยง เราจะมุ่งสู่การเป็นผู้ส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงอันดับ 1 ของโลก ประเทศไทยมีแห่งวัตถุดิบในการผลิตอาหารครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นภาคการประมง การเกษตร อุตสาหกรรมรายย่อย โดยเฉพาะ SME ซึ่งหมายความว่า ห่วงโซ่อุปทานแห่งการผลิต การบริโภค รวมถึงการแก้ไขปัญหาจะทำให้เกิดการหมุนเวียนของระบบเศรษฐกิจโดยที่รัฐสามารถแก้ปัญหาและสร้างโอกาสทางธุรกิจได้อย่างมหาศาล
"1 เสียงของคุณอาจดูเหมือนน้อย แต่เมื่อรวมกันหลายล้านเสียง มันคือพลังมหาศาลที่จะกำหนดอนาคตของประเทศไทย การเตรียมตัวให้พร้อม ตรวจสอบสิทธิ และออกไปเลือกตั้ง คือการทำหน้าที่ในฐานะพลเมืองที่เข้มแข็งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ อย่าลืมเตรียมบัตรประชาชนให้พร้อม แล้วออกไปใช้สิทธิเพื่ออนาคตที่เราเลือกได้ด้วยมือเราเอง" ดร.อรุณ กล่าว
ดร.อรุณ ให้สัมภาษณ์ว่า นโยบายพรรคกรีนมีมากมาย ยกตัวอย่างนโยบายเรือธงของเรา คือ 39 บาทรักษาหมาแมว และยังมีนโยบายหลักของพรรคอีก 4 นโยบายคือ
1. ต้นไม้เป็นทรัพย์สิน : ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ สร้างแรงจูงใจ เช่น โรงรับจำนำต้นไม้ เพื่อสร้างรายได้และลดโลกร้อน
2. ที่ทำกินถูกต้องเป็นธรรม : แก้ปัญหาที่ดินทำกิน ให้ทุกตารางนิ้วมีกฎหมายรองรับ เพื่อให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยและทำกินที่มั่นคง
3. เกษตรกรรมสุขภาพ : สนับสนุนเกษตรอินทรีย์, เกษตรเพื่อสุขภาพ, และเกษตรพึ่งตนเองตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง.
4. สันติภาพยั่งยืน : สร้างสังคมที่สงบเย็นปราศจากความรุนแรง ยึดหลักการเมืองสีเขียว ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด และไม่มุ่งหวังผลประโยชน์ส่วนตน
อย่างนโยบาย 39 บาทรักษาน้องหมาน้องแมว เป็นนโยบายที่คิดขึ้นมาภายใต้นโยบายสาธารณะ ซึ่งจะไม่เป็นภาระของงบประมาณ แต่คือการลงทุนในระบบนิเวศเศรษฐกิจใหม่ โดยเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม และทำให้เกิดโอกาสทางธุรกิจใหม่ เริ่มจากรวบรวมหมาจรจัดและจัดสรรที่อยู่อาศัย เป็นโซนนิ่งอย่างชัดเจน พร้อมทั้งทำหมัน ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และเปิดให้ลงทะเบียนสำหรับผู้มีความประสงค์จะรับอุปการะ เมื่อดูแลหมาจรจัดแล้ว ต่อมาจะเป็นหมาบ้าน โดยการทำหมัน ฉีดวัคชีน และรักษาโรคภายใต้นโยบาย 39 บาทรักษาหมาแมวครับ เมื่อประเทศไทยเป็นประเทศที่น้องหมาน้องแมวเข้าถึงระบบสาธารณสุขเป็นอันดับ 1 ของโลก และระบบนิเวศเศรษฐกิจใหม่จะเริ่มก่อตัวขึ้น
ด้านเศรษฐกิจนั้น จะเปลี่ยนน้องหมาน้องแมวเป็นผู้บริโภคภาคครัวเรือน ซึ่งรายได้จะกลับมาในระบบภาษี การส่งออกและการบริโภคภาคครัวเรือน ซึ่งการบริโภคภาคครัวเรือนนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญ ของประเทศไทย กว่า 50% ของGDP คือการบริโภคภาคครัวเรือน ดังนั้นการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยใช้น้องหมาน้องแมว มาเป็นกลไกในการบริโภค และการสร้างเศรษฐกิจใหม่ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจร้านอาหารสัตว์ ด้านโรงแรม และการท่องเที่ยวเชิง Pet tourism ก็จะนำเม็ดเงินกลับเข้ามาสู่ประเทศอย่างมหาศาล
รวมถึงการส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยง เราจะมุ่งสู่การเป็นผู้ส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงอันดับ 1 ของโลก ประเทศไทยมีแห่งวัตถุดิบในการผลิตอาหารครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นภาคการประมง การเกษตร อุตสาหกรรมรายย่อย โดยเฉพาะ SME ซึ่งหมายความว่า ห่วงโซ่อุปทานแห่งการผลิต การบริโภค รวมถึงการแก้ไขปัญหาจะทำให้เกิดการหมุนเวียนของระบบเศรษฐกิจโดยที่รัฐสามารถแก้ปัญหาและสร้างโอกาสทางธุรกิจได้อย่างมหาศาล
"1 เสียงของคุณอาจดูเหมือนน้อย แต่เมื่อรวมกันหลายล้านเสียง มันคือพลังมหาศาลที่จะกำหนดอนาคตของประเทศไทย การเตรียมตัวให้พร้อม ตรวจสอบสิทธิ และออกไปเลือกตั้ง คือการทำหน้าที่ในฐานะพลเมืองที่เข้มแข็งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ อย่าลืมเตรียมบัตรประชาชนให้พร้อม แล้วออกไปใช้สิทธิเพื่ออนาคตที่เราเลือกได้ด้วยมือเราเอง" ดร.อรุณ กล่าว






No comments:
Post a Comment