เครือข่ายภาคประชาชนยื่นขอความเป็นธรรม “หมอสุภัทร” เชื่อถูกให้ออกจากราชการไม่เป็นธรรม - Siam Highlight

Breaking

Home Top Ad

Post Top Ad

Responsive Ads Here

Monday, February 2, 2026

เครือข่ายภาคประชาชนยื่นขอความเป็นธรรม “หมอสุภัทร” เชื่อถูกให้ออกจากราชการไม่เป็นธรรม


    เครือข่ายภาคประชาชนสวมชุดพีพีอี ยื่นหนังสือ “บวรศักดิ์” ขอความเป็นธรรม “หมอสุภัทร” เชื่อถูกให้ออกจากราชการไม่เป็นธรรม ระบุการมาของแพทย์ชนบทช่วยชีวิตคนกรุงได้ทัน ลดการสูญเสีย วอนสอบสวนใหม่ ชี้มติ อ.ก.พ.สธ.มีหลายจุด ยังไม่คลายสงสัย หรือมีใบสั่ง

    เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 ขบวนการสร้างเสริมสุขภาพประชาชน ร่วมกับกลุ่มเพื่อนหมอสุภัทร และเครือข่ายผู้สูญเสียจากโควิด-19 เดินทางมายื่นหนังสือถึง นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (กพ.) และนายวรวิทย์ สุขบุญ ประธานคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค) เพื่อขอความเป็นธรรม กรณี นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ถูกปลดออกจากราชการ ทั้งนี้เครือข่ายร่วมกันสวมชุดพีพีอี  สวมแมสเขียนข้อความเซฟหมอสุภัทร พร้อมถือดอกไม้เพื่อให้กำลังใจ กพ.และ ก.พ.ค. ในการคืนความยุติธรรม


    นางนัยนา ยลจอหอ เครือข่ายชุมชนลดปัจจัยเสี่ยง กล่าวว่า จากมติของคณะอนุกรรมการสามัญประจำกระทรวงสาธารณสุข (อ.ก.พ.สธ.) ให้ปลดนพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา ออกจากราชการ ฐานผิดวินัยร้ายแรงกรณีการจัดซื้อจัดจ้างชุดตรวจโรคโควิด -19 (ATK) และนำชมรมแพทย์ชนบทบุกกรุงเทพมหานคร เพื่อตรวจโควิด-19 ช่วงปี 2564 โดยระบุว่า เป็นการกระทำที่ผิดระเบียบราชการ และนำไปสู่มติที่ปลดนพ.สุภัทร ซึ่งตนมองว่าไม่เป็นธรรม เนื่องจากเครือข่ายเราเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนต่อปัญหาโควิด-19 ในช่วงเวลาดังกล่าว  เห็นความเป็นมาเป็นไป ร่วมทุกข์ร่วมสู้กับพี่น้องชาว กทม.มาโดยตลอด



    ทั้งนี้ เราติดตามความไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้นกับ นพ.สุภัทร มาโดยตลอด จึงขอแสดงจุดยืนและมีข้อเสนอต่อคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) และ คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.) ดังนี้ 1. การที่กลุ่มแพทย์ชนบทเข้ามาช่วยเหลือการระบาดโควิดในกทม. ไม่ใช่แค่การตรวจคัดกรอง  แต่ช่วยทำให้คนในพื้นที่ไม่ตื่นตระหนก  เข้าใจสถานการณ์  เกิดการปรับตัวขนานใหญ่ในชุมชนเพื่อรับมือกับปัญหาร่วมกับภาครัฐ ซึ่งเครือข่ายขอยืนยันว่านี่คือเจตนาบริสุทธิ์  ที่เลือกชีวิตคนมากกว่าข้อจำกัดใดๆ 2. เครือข่ายขอให้ ก.พ. และ ก.พ.ค. มีการสอบสวนใหม่ เนื่องจาก นพ.สุภัทร ยังไม่ได้ชี้แจงด้วยวาจาเพิ่มเติมต่อคณะกรรมการสอบสวนวินัย ที่ถูกระบุไว้ในกฎหมายชัดว่า “..ต้องให้โอกาสผู้ถูกกล่าวหาที่จะชี้แจงให้ถ้อยคำ และนำสืบแก้ข้อกล่าวหาตามที่กำหนด...” การสอบสวนครั้งนี้ อ.ก.พ.สธ. ยังไม่ได้ดำเนินการสอบสวนให้ครบถ้วนถูกต้อง ถือว่าการออกคำสั่งปลดจากราชการ ยังไม่ชอบหรือไม่

    “3. เครือข่ายขอให้กำลังใจ ก.พ และ อ.ก.พ. ในการปฏิบัติตามหน้าที่เพื่อความถูกต้อง ผดุงความยุติธรรม และสร้างความเชื่อมั่นในระบบราชการที่มีธรรมาภิบาล ยุติข้อครหาว่าเป็นการกลั่นแกล้ง อคติ และหวังผลทางการเมือง โดยอาจเปิดให้มีการไต่สวนสาธารณะเพื่อความโปร่งใส่ น่าเชื่อถือ 4. เครือข่ายขอเรียกร้องผ่านไปยังผู้บริหาร และคนในกระทรวงสาธารณสุข ให้ยืดหยัดเพื่อความถูกต้อง กล้าหาญในการตัดสินใจ ไม่สยบยอมต่ออำนาจ ไม่ปล่อยผ่านให้ผู้คนในสังคมตั้งคำถามและสิ้นหวังกับองค์กรของรัฐ” นางนัยนากล่าว


    ด้าน นางวงศ์จันทร์ จันทรยิ้ม เครือข่ายผู้สูญเสียจากโควิด 19 กล่าวว่า ปลายปี 2563 โควิด-19 ระบาดเข้าสู่ชุมชนเคหะคลอง 9 ซึ่งมีผู้มีรายได้น้อย ขาดทรัพยากร ความรู้ และการคุ้มครองจากรัฐ ขณะที่การระบาดรุนแรงขึ้น ชุมชนถูกตีตราหวาดระแวงและโทษกันเอง รังเกียจกันเอง แม้จะพยายามช่วยเหลือกันเพียงใดแต่ก็แทบไม่มียา ไม่มีอาหารเพียงพอ ไม่มีหน้ากากอนามัย ไม่มีน้ำยาฆ่าเชื้อ ไม่มีชุดตรวจโควิด ไม่มีวัคซีน ทุกอย่างหายาก ราคาสูง มีผู้เสียชีวิตเยอะ แทบจะหาวัดจัดงานศพไม่ได้ แต่ในวันที่ระบบล้มเหลวมีกลุ่มแพทย์ที่นำโดย นพ.สุภัทร และชมรมแพทย์ชนบท เข้ามาช่วยตรวจคัดกรองคนในชุมชนกว่า 2,000 คน แยกผู้ติดเชื้อ ส่งต่อรักษา จัดการอย่างเร่งด่วน ทำให้มีผู้รอดชีวิตมากขึ้น เชื่อว่าหากไม่มีนพ.สุภัทรและทีมในวันนั้น ความสูญเสียจะมากกว่านี้หลายเท่า แต่วันนี้ แพทย์ที่เคยช่วยเราถูกกล่าวหา ถูกลงโทษออกจากราชการเพราะจัด ATK มาตรวจคัดกรองให้คนยากจน จึงขอตั้งคำถามต่อผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขว่าหากวันนั้นนพ.สุภัทรทำตามระบบที่ล่าช้าใครจะรับผิดชอบต่อชีวิตที่สูญเสียไป วันนี้เรารอด แต่แพทย์ที่ยืนอยู่แนวหน้า กลับถูกขับให้พ้นจากหน้าที่ นี่คือความยุติธรรม หรือเป็นการลงโทษคนที่กล้าทำในสิ่งที่ถูกต้อง แต่ไปขัดใจใคร ดังนั้นเราไม่ยอมรับในคำตัดสินดังกล่าว และขอเชิญชวนชาวบ้านมาช่วยกัน Save หมอสุภัทร เหมือนวันที่ที่หมอมา Save ชีวิตเรา



    นายเจกะพันธ์ พรหมมงคล ผู้ประสานกลุ่มเพื่อนหมอสุภัทร กล่าวว่า กรณีแพทย์ชนบทบุกกรุงในสภาวะวิกฤติ เพื่อจำกัดการแพร่ระบาด และลดการเสียชีวิตจากโควิดในขณะนั้น โดยดำเนินการภายใต้ระเบียบและข้อบังคับของภาครัฐ ถือเป็นบุคคลที่ ก.พ. ซึ่งคือองค์กรกลางด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลภาครัฐ ทำหน้าที่หลักในการวางมาตรฐานการบริหารงานบุคคล พัฒนาระบบราชการ และบริหารกำลังคนในราชการพลเรือนตามระบบคุณธรรม ควรภาคภูมิใจเพราะปฏิบัติหน้าที่โดยเห็นประโยชน์ส่วนร่วมเป็นที่ตั้ง แต่เมื่อพิจารณากระบวนการสอบสวน นพ.สุภัทร รวมถึงการลงมติของ อ.ก.พ.สธ. ก็ยังมีความเคลือบแคลงสงสัยหลายประการ เช่น มีการแทรกแซงจากฝ่ายการเมืองหรือไม่ ข้อมูล รายละเอียดการสอบสวนกระทำไปอย่างเป็นธรรมและโปร่งใสมากน้อยเพียงใด ก.พ. มีหลักการที่สำคัญคือ การบริหารกำลังคนด้วยระบบคุณธรรม จึงควรพิจารณากรณีนพ.สุภัทรให้ละเอียด ถี่ถ้วน คำนึงถึงหลักการและข้อเท็จจริงที่ปรากฎในขณะนั้น และควรมีความหนักแน่นมิให้อำนาจนอกระบบอันใด มาทำลายความน่าเชื่อถือของ ก.พ. อีกทั้งควรให้การปกป้อง คุ้มครอง บุคลากรในสังกัด ให้ได้รับความเป็นธรรมโดยเร็วที่สุด


No comments:

Post a Comment

Post Bottom Ad

Responsive Ads Here

Pages