กป.อพช.ใต้ ผนึกเครือข่ายธนาคารเวลา 6 จว.ภาคเหนือตอนบน ร้องถอนร่างก.ม.ยกเลิก"ภาษีบาป" - Siam Highlight

Breaking

Home Top Ad

Post Top Ad

Responsive Ads Here

Tuesday, October 13, 2026

กป.อพช.ใต้ ผนึกเครือข่ายธนาคารเวลา 6 จว.ภาคเหนือตอนบน ร้องถอนร่างก.ม.ยกเลิก"ภาษีบาป"


    คัดค้านแก้กฎหมายเปลี่ยนแหล่งงบฯ สสส.-ไทยพีบีเอส หวั่นถูกการเมืองครอบงำ

    วันที่ 13 ตุลาคม 2569 คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคใต้ (กป.อพช.ใต้) ร่วมกันออกแถลงการณ์ “คัดค้านร่างกฎหมายเปลี่ยนแหล่งรายได้ สื่อสาธารณะ สสส. ทรัพยากรสาธารณะต้องยึดโยงกับประชาชน” โดยระบุว่า ตามที่ สส.พรรคภูมิใจไทย เสนอร่างพ.ร.บ.แก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับแหล่งรายได้ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ไทยพีบีเอส) กองทุนผู้สูงอายุ และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ โดยให้ยกเลิกการรับเงินบำรุง 2% ที่จัดเก็บจากภาษีสุราและยาสูบ (Earmarked Tax) หรือภาษีบาป มาเป็นการเสนอของบประมาณรายจ่ายของรัฐแทน โดยให้เหตุผลสำคัญเรื่องการรักษาวินัยการเงินการคลังนั้น ซึ่งกป.อพช.ใต้ และองค์กรภาคีไม่เห็นด้วย เพราะหากอ้างการบริหารงบฯ ว่าองค์กรใดใช้เงินคุ้มค่าหรือไม่นั้น ก็ควรพิจารณาความคุ้มทุนจากการบริหารงานงบฯ ภาครัฐโดยการนำของนายกรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทย ที่ยังมีข้อพิพาท มีปัญหาเกี่ยวกับการคอรัปชั่น มีคำถามด้านความโปร่งใส ก่อนเป็นอันดับแรก


    แถลงการณ์ฯ ยังระบุว่ากรณีการเปลี่ยนแหล่งเงินทุนของไทยพีบีเอส นั้นสะท้อนความคิดต้องการครอบงำสื่อสาธารณะ ซึ่งถูกตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี 2551 เพื่อส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการรับรู้ข่าวสาร ที่ปราศจากการครอบงำหรือกำกับโดยอำนาจทางของฝ่ายการเมืองหรืออำนาจแฝงอื่น ส่วนการเปลี่ยนแหล่งทุนของสสส. มีการนำงบฯ อุดหนุนตรงสู่ชุมชน รากหญ้า เยาวชน และผู้ด้อยโอกาส  ในชุมชน ในโรงเรียน ในพื้นที่ชายขอบ ในกลุ่มคนพิการ กลุ่มชาติพันธุ์ ผู้สูงอายุ คนทำงานนอกระบบ เยาวชน ผู้มีรายได้น้อย และกลุ่มคนที่เข้าไม่ถึงระบบบริการของรัฐได้ง่าย  เพื่อรณรงค์ลดปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพ (เหล้า/บุหรี่/สารเสพติด) และสร้างเสริมสุขภาวะเชิงป้องกัน ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลของประเทศ 


    หากผลักดันกฎหมายดังกล่าวสำเร็จ สิ่งที่เกิดขึ้นคืออำนาจการตัดสินใจทางงบฯ ต้องตกอยู่ใต้อิทธิพลของฝ่ายการเมือง ยิ่งเห็นได้ถึงเป้าหมายเบื้องลึกของพรรคภูมิใจไทยที่ต้องการแทรกแซงองค์กรสื่อสาธารณะให้อยู่ภายใต้การกำกับของการเมืองเต็มรูปแบบ , ทำลายแนวคิดสร้างสุขภาวะของประชาชนโดยอิสระ สิ่งเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อองค์กรและกองทุนที่ทำงานกับประชาชนในระดับฐานราก ซ้ำเติมความเหลื่อมล้ำ ก่อให้เกิดการเลือกปฏิบัติเชิงโครงสร้างได้ ดังนั้น กป.อพช.ใต้ จึงขอแสดงจุดยืน หยุดรวบอำนาจงบประมาณ คัดค้านร่างกฎหมายเปลี่ยนแหล่งรายได้สื่อสาธารณะ และสสส. 



    ขณะที่ นายอนันต์ แสงบุญ ผู้ประสานงานเครือข่ายธนาคารเวลาภาคเหนือตอนบน เปิดเผยว่า เครือข่ายธนาคารเวลา 6 จังหวัดภาคเหนือตอนบน และภาคีเครือข่ายผู้ขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาพภาคพลเมือง เราขอแสดงจุดยืนและแถลงการณ์ "คัดค้านอย่าง ถึงที่สุด" ต่อร่างพ.ร.บ.กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่จะยกเลิกเงินบํารุงกองทุนใน 2% ของภาษีบาป ให้เป็นการขอรับงบฯ รายจ่ายประจำปีแผ่นดินผ่านระบบราชการแทน ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความมั่นคงในชีวิตของผู้สูงอายุในท้องถิ่นและที่ห่างไกล ซึ่งเป็นที่ทราบดีว่า วันนี้ประเทศๆไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตสังคมสูงอายุรวดเร็วและรุนแรงการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นแบบก้าวกระโดด ขณะที่ระบบสุขภาพรัฐยังมีข้อจำกัด เครือข่ายฯ จึงร่วมกันขับเคลื่อนนวัตกรรม ‘ธนาคารเวลา’ โดยได้รับการสนับสนุนงบฯ และองค์ความรู้จาก สสส. เกิดเป็นกลไกอาสาสมัครแลกเปลี่ยนเวลาเพื่อดูแลผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยติดเตียงให้กได้รับการดูแล แบ่งเบาภาระของรพ.สต.และรพ.จังหวัด  

    “ความสำเร็จนี้ เกิดขึ้นได้เพราะ สสส. มีงบฯ ที่เป็นอิสระ ยืดหยุ่น และเอื้อให้เกิดการทำงานเชิงรุกระยะยาวร่วมกับชุมชน ทางเครือข่ายจึงขอเรียกร้อง 3 ข้อคือ 1. ถอนร่าง พ.ร.บ. และคงกลไกจัดสรรเงินภาษี 2% ไว้ตามเดิมเน้นปรับปรุงภายใน เพิ่มการรายงานผลต่อสภาและสาธารณชนเพื่อความโปร่งใส แทนการเปลี่ยนระบบงบประมาณประเมินผลกระทบเชิงนโยบาย ก่อนตัดสินใจ เนื่องจาก สสส. เป็นองค์กรสร้างเสริมสุขภาพที่เป็นยอมรับในระดับสากลมากว่า 25 ปี” นายอนันต์ กล่าว







No comments:

Post a Comment

Post Bottom Ad

Responsive Ads Here

Pages