สสส.และเครือข่ายงดเหล้า ชื่นชม “ตำรวจภูธรพิมาย งดเหล้ายกโรงพัก” - Siam Highlight

Breaking

Home Top Ad

Post Top Ad

Responsive Ads Here

Monday, August 25, 2025

สสส.และเครือข่ายงดเหล้า ชื่นชม “ตำรวจภูธรพิมาย งดเหล้ายกโรงพัก”


     โครงการ ฤดูกาลแห่งสติ งดเหล้าเข้าพรรษา 97 นาย ลด ละ เลิกเหล้า เสริมประสิทธิภาพที่ดีในการทำงาน สร้างความเชื่อมั่นประชาชน 

    นครราชสีมา - เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ลงพื้นที่ให้กำลังใจและชื่นชมการเข้าร่วมโครงการ “ฤดูกาลแห่งสติและรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา ปี 2568” ของสถานีตำรวจภูธรพิมาย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งโรงพักเข้าร่วมโครงการครบ 97 นาย ถือเป็นต้นแบบการรณรงค์ที่มุ่งสร้างการเปลี่ยนแปลงในชุมชน ลด ละ เลิกการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พร้อมเสริมสมรรถนะการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน โดยสะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างภาครัฐและองค์กรภาคสังคมเพื่อขับเคลื่อนสังคมปลอดเหล้าและยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนอย่างยั่งยืน 

    ภก.สงกรานต์ ภาคโชคดี ประธานเครือข่ายงดเหล้า กล่าวชื่นชม สภ.พิมายว่า โครงการงดเหล้าเข้าพรรษาของสถานีตำรวจภูธรพิมายดำเนินต่อเนื่องมาแล้ว 4 ปี ถือเป็นต้นแบบสำคัญที่สร้างสุขภาวะให้แก่ตำรวจ ครอบครัว และชุมชน ลดผลกระทบจากแอลกอฮอล์อย่างเป็นรูปธรรม และได้รับการยกย่องจากองกร ชุมชนต่างๆ เป็นตัวอย่างชัดเจนของบทบาทเชิงรุกในฐานะ “ผู้สร้างสุขภาวะ” ที่เริ่มต้นจากการรณรงค์ภายในองค์กร ขยายสู่ครอบครัว และต่อยอดไปยังชุมชน จนสามารถลดปัญหาอาชญากรรมและอุบัติเหตุจากสุราได้อย่างเป็นรูปธรรม อีกทั้งยังช่วยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมีสุขภาพแข็งแรง ปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ประชาชน สะท้อนให้เห็นว่า “ตำรวจที่สุขภาพดี ครอบครัวเข้มแข็ง และเป็นมิตรกับประชาชน” คือกุญแจสำคัญของการสร้างสังคมปลอดเหล้าและปลอดภัย

    ทั้งนี้ ภก.สงกรานต์ยังเตือนว่า แอลกอฮอล์เป็นสารก่อมะเร็งที่เพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งได้หลายอวัยวะ ไม่ใช่เพียงแค่ตับ และยังทำลายสมองของเยาวชนที่เริ่มดื่มตั้งแต่อายุน้อย ส่งผลต่อศักยภาพของประเทศ ขณะที่ครอบครัวที่มีผู้ดื่มมีโอกาสเกิดปัญหารุนแรงสูงขึ้นถึง 3 เท่า และยังเป็นแบบอย่างที่ทำให้เด็กเรียนรู้พฤติกรรมการดื่มตามอีกด้วย


    พ.ต.อ.สิทธิศักดิ์ พรมหมื่นไวย ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรพิมาย เปิดเผยว่า สภ.พิมายเข้าร่วมโครงการงดเหล้าเข้าพรรษาต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ตั้งแต่ปี 2565 โดยเป็นการเชิญชวนแบบสมัครใจตั้งแต่ 7 วัน 15 วัน 1-2 เดือน หรือครบ 3 เดือน โดยจะมีกิจกรรมปฏิญาณตนพร้อมกันในวันที่ 15 กค. ที่ผ่านมา และการติดตามสอบถาม โดยมีชุมชน เทศบาล มาร่วมให้กำลังใจ ซึ่งการทำต่อเนื่องทำให้เริ่มมีนายตำรวจขยับตั้งใจงดเหล้านานขึ้น ซึ่งโดยส่วนใหญ่การดื่มจะเกิดจากการดื่มเพื่อเข้าสังคม ดื่มเพื่อคลายเครียดหลังงาน เป็นต้น ทั้งนี้ การงดเหล้าไม่เพียงช่วยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมีสุขภาพแข็งแรงขึ้น ประหยัดค่าใช้จ่ายเพื่อนำไปดูแลครอบครัว

    ผกก.สภ.พิมาย กล่าวต่อว่า การลด ละ เลิกแอลกอฮอล์ช่วยให้ตำรวจทำงานด้วยสติและความพร้อมมากขึ้น พร้อมสร้างความเชื่อมั่นต่อองค์กรในสายตาประชาชน นอกจากนี้ สถิติความรุนแรงในชุมชนก็ลดลงอย่างชัดเจน การงดเหล้าเข้าพรรษาครั้งนี้ เราไม่ได้ทำเพื่อตัวเองเท่านั้น แต่ต้องการเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับประชาชน แสดงให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงสามารถเริ่มจากภายในองค์กรและขยายผลสู่สังคมได้ ผู้กำกับสิทธิศักดิ์ กล่าว

    โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมสุขภาพบุคลากรตำรวจ พร้อมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของตำรวจในฐานะผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่ห่วงใยคุณภาพชีวิตประชาชน และร่วมขับเคลื่อนสังคมปลอดเหล้าเพื่อลดผลกระทบจากแอลกอฮอล์อย่างยั่งยืน


    ส.ต.ต.สร่างศัลย์ แสนอุ่น อายุ 27 ปี เล่าว่า ตนตั้งใจงดเหล้าเข้าพรรษาทุกปี ถือเป็นช่วงพักตับและฟื้นฟูสุขภาพทั้งกายและใจ การงดเหล้าไม่เพียงส่งผลดีต่อสุขภาพ แต่ยังช่วยให้ปฏิบัติหน้าที่ดูแลประชาชนและรักษากฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แม้ในช่วงแรกจะรู้สึกกดดันเมื่อเห็นเพื่อนหรือญาติชวนดื่ม แต่ด้วยความตั้งใจจริงก็สามารถปฏิเสธได้ตลอด 3 เดือนของเข้าพรรษา ปีนี้ยังลดน้ำหนักลงได้หลายกิโลกรัม และทุกๆปี จะได้รับแรงสนับสนุนจากครอบครัวภรรยาและลูก รวมถึงเพื่อนร่วมงาน ซึ่งเป็นกำลังใจสำคัญให้เดินหน้าตั้งปณิธานงดเหล้าได้สำเร็จ

    ด้าน นางรำพึง อาศัยบุญ อายุ 63 ปี ประชาชนชาว อ.พิมาย เล่าว่า ได้ร่วมรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษากับ สภ.พิมาย ตั้งแต่ปีแรก เห็นว่าตำรวจ สภ.พิมาย มีความตั้งใจจริงที่จะทำความดีในช่วงของการงดเหล้าเข้าพรรษา 4 ปีแล้วที่ ท่านผู้กำกับ สภ.พิมาย ประกาศเป็นนโยบาย ให้ตำรวจ สภ.พิมาย พร้อมใจกันงดเหล้าเข้าพรรษายกโรงพัก เป็นจุดเริ่มต้นที่จะทำให้ชุมชนสุข สงบ ลดปัญหาอุบัติเหตุ ลดปัญหาทะเลาะวิวาท ความรุนแรง ทำให้ประชาชนอย่างพวกเรามีความอุ่นใจ สบายใจมากขึ้น คนชุมชนอื่นๆหรือคนจากที่อื่นเขาก็ชื่นชม อยากให้ตำรวจทำโครงการนี้ต่อไป  เป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่คนในชุมชน และเด็กๆรุ่นลูก หลานต่อไป


No comments:

Post a Comment

Post Bottom Ad

Responsive Ads Here

Pages